เรื่องย่อ ภาพยนตร์ ขุนบันลือ 27 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เรื่องย่อ ภาพยนตร์ ขุนบันลือ 27 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

- in ข่าวบันเทิง, ข่าวภาพยนตร์
ปิดความเห็น บน เรื่องย่อ ภาพยนตร์ ขุนบันลือ 27 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ขุนบันลือ

กำหนดฉาย                            27 ธันวาคม 2561

แนวภาพยนตร์                        ตลก ย้อนยุค

บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย       เอ็ม พิคเจอร์ส

อำนวยการสร้าง                       ธนกร ปุลิเวคินทร์, ฐิตาภัสร์ อิสราพรพัฒน์, พรชัย ว่องศรีอุดมพร

ดำเนินงานสร้าง                      บั้งไฟ ฟิล์ม

ควบคุมการสร้าง                     เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, เพทาย  วงษ์คำเหลา, อาทิตย์ ศรีภูมิ

บทภาพยนตร์                         เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา พิพัฒน์ จอมเกาะ, วัชรพงษ์ ปัทมะ

กำกับภาพ                              จิระเดช สำเนียงเสนาะ

ออกแบบงานสร้าง                  สหรัตน์  บุญสถิตย์

ลำดับภาพ                             ด็อก แบ็ค ดี

เทคนิคภาพพิเศษ                   ซาสี่

ดนตรีประกอบ                         คณิศร พ่วงจีน

ออกแบบเครื่องแต่งกาย          นิรชรา วรรณาลัย

กำกับภาพยนตร์                     เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา

นักแสดง

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, สุนารี ราชสีมา, เอ็นดู วงษ์คำเหลา, เพทาย วงษ์คำเหลา, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, ศักราช ศรีวงพล, เจสสิกา สมปอง เอสพินเนอร์, สายสิน วงษ์คำเหลา, สมรักษ์ คำสิงห์, เอกชัย ศรีวิชัย, โรเบิร์ต สายควัน, ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม, นก วนิดา, อรชร เชิญยิ้ม และขอแนะนำ Jear Pacific

เรื่องย่อ ขุนบันลือ

รศ.๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๗) ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงมากมายในสยามประเทศ การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นส่งผลสำคัญกับราษฎรและประชาชนชาวสยามอย่างยิ่ง

          ขุนบันลือ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) ขุนนางในกระทรวงมหาดไทยผู้สนับสนุนแนวคิดการเลิกทาสมาโดยตลอด ถึงแม้ที่เรือนของขุนบันลือจะมีทาสรับใช้จํานวนมากก็ตาม ขุนบันลือก็มิได้กลัวเสียผลประโยชน์เช่นขุนนางหรือคหบดีคนอื่น ๆ แต่กลับส่งเสริมบ่าวไพร่ และทาสในเรือนฝึกอาชีพและสอนการทำมาหากินในแบบต่าง ๆ  บ่าวไพร่ และทาสทุกคนจึงเคารพ

จนกระทั่งขุนบันลือได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปทําธุระให้กับ พระยาปันตานัยนิรัณ (นงค์ เชิญยิ้ม) ที่ เมืองเชียงราย ซึ่งท่านเจ้าคุณเห็นว่าขุนบันลือเคยไปราชการที่เชียงรายมาก่อน น่าจะคุ้นชินกับที่นั่น แต่ขุนบันลือเองกลับกังวลกับภารกิจนี้ เรื่องราวชุลมุนในเรือนขุนบันลือจึงเริ่มขึ้น เมื่อ มด (เอ็นดู วงษ์คำเหลา) ทาสหญิงที่ขุนบันลือแอบมีความสัมพันธ์รู้เรื่องเข้าว่าท่านขุนต้องไปเชียงราย เริ่มออกอาการไม่พอใจกับการไปเชียงรายในครั้งนี้เพราะเธอรู้ว่าท่านขุนเคยมีซัมติงที่เมืองเชียงราย

ความชุลมุนวุ่นรักยังไม่จบแค่นั้นเมื่อ หลวงอานุภักดิ์ (โรเบิร์ต สายควัน) เพื่อนรักของขุนบันลือก็มาหาขุนบันลือที่เรือนเพื่อฝากลูกชายและลูกสาว ธารา (ศักราช ศรีวังพล) และ ธาริน (เจสสิก้า สมปอง เอสพินเนอร์) ให้ท่านขุนช่วยดูแล ระหว่างที่หลวงอานุภักดิ์ไปราชการและทำการค้าที่ต่างประเทศ โดยคุณหลวงเองก็อยากให้มาฝึกงานและมาเรียนวิชาการค้ากับขุนบันลือที่มีกิจการในเรือน แต่ลูกชายดันมามีใจให้ทาสของท่านขุนบันลือไปซะอีก ธารา ชอบ นกเอี้ยง (ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ) ทาสสาวซึ่งเป็นลูกสาวของ มด และ ผาน (เพทาย วงษ์คำเหลา) ทาสหนุ่มน้องชายของนกเอี้ยง ก็เกิดหลงรัก ธาริน เข้าให้ ยังไม่จบแค่นั้นเมื่อ คุณหมอกีรติ (ธนา ฉัตรบริรักษ์) หมอประจำตัวขุนบันลือก็เกิดถูกใจ นกเอี้ยง ขึ้นมาอีกคน  ในขณะที่ คุณหญิงบัว (สุนารี ราชสีมา) แม่ของขุนบันลือที่สนับสนุนลูกชายมาตลอด ก็ระแคะระคายมานานเรื่องลูกชายที่ยังไม่มีเมียสักที เริ่มสงสัยในตัวลูกชายแต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ และคุณหญิงบัวเองก็มีเรื่องสำคัญที่แอบปิดบังลูกชายอยู่เช่นกัน เพราะกลัวลูกชายจะไม่พอใจเรื่องของตน  เรื่องราวความรักระหว่างชนชั้นจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ รุ่นลูกก็ดันมามีปัญหาเดียวกันอีก การชิงรักหักสวาทและการพิชิตใจสาว ๆ ของหนุ่มๆ ความอลเวงจึงเกิดขึ้นในเรือน

ความรักระหว่างชนชั้นภายในเรือนกำลังสร้างความวุ่นวายใจให้กับขุนบันลือ ท่านขุนจะทางออกให้กับความรักของตัวเองและลูก ๆ อย่างไร ความต่างของวรรณะ ยศฐาบรรดาศักดิ์ และเรื่องซัมติงที่เชียงรายที่ยังไม่เคลียร์ ท่านขุนฯ จะรอดไหม รอดออกมาสภาพไหน ต้องลุ้นกัน!!

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
  • ภารกิจเสี่ยงตาย เชียงรายมิชชั่! : เบื้องหลังเบื้องลึกสุดใจ ภาพยนตร์ “ขุนบันลือ”

         ขุนบันลือ เป็น ผลงานกำกับภาพยนตร์ ควบตำแหน่งนักแสดงนำ เรื่องล่าสุดในรอบ 5 ปี ของหม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) ผู้รับบท ขุนบันลือ ขุนนางในกระทรวงมหาดไทยผู้ซึ่งสนับสนุนแนวคิดการเลิกทาส และได้รับมอบหมายให้ไปราชการที่เมืองเชียงราย ที่มาของความชุลมุนวุ่นรักหลังบ้านขุนบันลือ กับข่าวลือ (ที่ว่าจริง) ท่านขุนฯ “มีซัมติงที่เชียงราย”

ความในใจ ผู้อำนวยการสร้าง/ผู้กำกับ /นักแสดงนำ  

         “ขุนบันลือ เล่าเรื่องย้อนยุคสมัยไปร้อยกว่าปี ก็ต้องไปเสิร์ชข้อมูลว่ามันเป็นแบบนี้ ๆ แล้วค่อยมาทำบท แต่เนื้อเรื่องผมคิดไว้เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว  พอดูข้อมูลยุคสมัยนั้นที่ยังมีทาสแล้วก็มาหาวิธีเล่าที่จะเล่าให้มันสนุกขึ้น ไม่ได้เน้นเรื่องให้มันเรื่องการเหยียดสีผิวหรือชนชั้นอะไรมากมาย เรื่องราวของทาสในบ้าน ซึ่งขุนบันลือเป็นเจ้านายดูแลให้ทุกอย่าง เพราะผมอยากให้ทาสทำมาหากินในวันข้างหน้า ในวันที่เป็นอิสระแล้ว วันที่ไม่มีขุนบันลือแล้ว อยากให้ทาสรู้จักคิดรู้จักใช้เงิน ขุนบันลือเป็นคนจิตใจดี เก็บเงินเก็บทองให้ทาสนะ อาจจะมีบ้างที่ใครทำผิดกฎผิดวินัยก็มีเฆี่ยนบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก  ความตั้งใจของผมไม่ได้อยากนำเสนอเรื่องทาสที่มันเป็นการกดขี่มาก แค่เล่าแบบบาง ๆ เบา ๆ เฆี่ยนเบา ๆ และก็มีเรื่องของความรัก ผมกับภรรยาก็เล่นเอง”

อ้าวว อย่างงี้ก็สนุกสิครับ!!!  ภรรยาตัวจริงนอกจอ พี่มด (เอ็นดู วงษ์คำเหลา) จะตามมาเคลียร์ใจในจอ กับบทบาท อีมด นางทาส ที่เป็นกิ๊กตามหึงหวงท่านขุนฯไปทุกที่  แต่จะไปถึงเรื่องท่านขุนบันลือไปมีซัมติงที่เชียงราย ไหม???

เรื่องนี้มันมีเบื้องลึกเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ท่านขุนฯ ไปสร้างวีรกรรมที่เชียงรายทั้งในจอและนอกจอ มา ซาวด์เสียง หลังกล้องฯ ก่อนหน่อยซิ

         “ไม่มีมูล หมามันไม่ขี้หรอก” สุนารี ราชสีมา บท คุณหญิงบัว ท่านแม่ของขุนบันลือ

         “ก็น่าจะมีอะไรอยู่นะคะ ไม่งั้นคนคงไม่พูดกัน”เจสสิกา สมปอง เอสปินเนอร์ บท ธาริน

         “ผมถามว่า แหม่นแท้บ่ครับอ้ายหม่ำ อ้ายหม่ำก็บอกว่า มึงอยากแสดงหนังกับกูไหม ถ้าอยากแสดงก็บ่ต้องเว้า ผมก็เลยฮู้ว่า มันมีมูลความจริงแล้ว”Jear Pacific นักแสดงจากลาว

         “เรื่องจริง ชีวิตจริงนี่ พี่ไม่ยุ่งกับเรื่องของครอบครัวใครนะ แต่ว่าที่เขาลือ ๆ เชียงรายนี่ จริง ๆ ที่นครศรีธรรมราช มันก็มีนะ”เอกชัย ศรีวิชัย บท ขุนศรีวิชัย เพื่อนรักจากแดนใต้ของขุนบันลือ

 

โหย…ชักไปกันใหญ่ จากเหนือมาถึงใต้ ผู้กำกับ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ฝากบอกไปเคลียร์กันในโรงภาพยนตร์นะครับท่านผู้ชม

“(ซัมติงที่เชียงราย) มันก็มีบ้างน่า อย่าไปพูดถึงมันเลย แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเรื่องของขุนบันลือเป็นคนใจดีโอบอ้อมอารี และก็มีเรื่องลูก ๆ เป็นเรื่องราวฮา ๆ สนุก ๆ เป็นสไตล์ของผม ผมไม่ได้ทำหนังฉายโรงมาหลายปีแล้วนะ เกือบ 5-6 ปี แล้ว ก็อยากให้คนดูไปดูกัน สนุกนะ ฮาครับ ฮาอย่างเดียว 27 ธันวา นี้มาดู “ขุนบันลือ” กันครับ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ในทีวี ตู้เย็น กระติกน้ำไม่มีครับ” แต่อาจจะมีเรื่องที่ คราวนี้ ท่านขุนฯ จะเคลียร์ใจรอดหรือไม่รอด ติดตามชมภาพยนตร์ ขุนบันลือ ในโรงภาพยนตร์ 27 ธันวาคมนี้

  • บท มัน จะ ฮา: นักแสดงและบทบาทตัวละคร
  1. หม่ำ จ๊กมก เพ็ชร์ทาย วงษ์คำเหลา

รับบทเป็น ขุนบันลือ ท่านขุนที่มีทาสรับใช้ในเรือน ในสมัยย้อนยุคไปร้อยกว่าปีที่แล้ว เป็นคนจิตใจโอบอ้อมอารีอยากให้ทาสทำมาหากินในวันข้างหน้า ดุ ๆ บ้าง แต่แอบมีความรักกับคนต้องห้ามเหมือนกัน

  1. มด – เอ็นดู วงษ์คำเหลา

รับบทเป็น อีมด ทาสรับใช้ในบ้านของขุนบันลือ และแอบกุ๊กกิ๊กกันกับขุนบันลือ  และแอบหึงหวง ห่วงว่าขุนบันลือจะไปมีกิ๊กที่เชียงรายหรือเปล่าแต่คนในบ้านไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่แอบกิ๊กกัน เรื่องนี้ผู้กำกับ เอาภรรยาตัวจริงมาเล่นหนัง หวังจะได้ทรมานในจอ แต่งานนี้ ไม่ง่ายแล้วล่ะสิ

  1. สุนารี ราชสีมา

รับบทเป็น คุณหญิงบัว แม่ของขุนบันลือ คุณหญิงสุดแซ่บแห่งยุค ที่แอบมีสัมพันธสวาทกับหนุ่มน้อยกล้ามปูในบ้าน ไม่หวั่นเรื่องต่างชนชั้น

  1. มิกซ์- เพทาย วงษ์คำเหลา

รับบทเป็น ผาน ทาสรับใช้ของขุนบันลือ คาแรคเตอร์ กวน ๆ เหมือนในชีวิตจริง คุยกับทาสด้วยกันก็คุยแบบกันเองเหมือนเพื่อน

  1. ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ

รับบทเป็น นกเอี้ยง ทาสสาวซึ่งเป็นลูกสาวของมด แต่ไม่รู้ว่าพ่อคือใคร  เป็นสาวหัวสมัยใหม่ชอบถ่ายรูป เล่นกล้องสมัยที่เริ่มมีกล้องถ่ายภาพขาวดำ และมีเรื่องรักสามเส้ากับ ธารา ลูกชายหลวงอานุภักดิ์และคุณหมอกีรติ

  1. ศักราช ศรีวงพล

รับบทเป็น ธารา พี่ชายของธาริน ลูกของหลวงภานุภักดิ์แอบชอบ นกเอี้ยง สาวสวยลูกทาสในบ้านขุนลือ เป็นหนุ่มมาดขรึม นิ่ง แต่แอบมีมุขทะลึ่ง ต้องเปิดศึกชิงความรักกับหมอหนุ่มสุดหล่อ คุณหมอกีรติ ธาราจะชนะใจเธอได้หรือไม่

  1. เจสสิกา เอสพินเนอร์

รับบทเป็น ธาริน ลูกสาวของหลวงอานุภักดิ์ (โรเบิร์ต สายควัน) เป็นสาวเรียบร้อยแต่มีความแก่นอยู่ข้างในและมั่นใจในตัวเอง มีพี่ชายชื่อ ธารา เป็นลูกสาวของหลวงอานุภักดิ์เพื่อนของขุนบันลือ ขณะที่พ่อไปราชการต่างแดน ธารินอยู่ในความดูแลของขุนบันลือและตกหลุมรักกับทาสหนุ่มในเรือนของขุนบันลือ

  1. ธนา ฉัตรบริรักษ์

รับบท คุณหมอกีรติ คุณหมอมาดนิ่งที่แอบมีมุขเขี่ย ๆ คัน ๆ เป็นหมอประจำตัวรักษาโรคเฉพาะที่ลับของขุนบันลือ และต้องไปแข่งจีบนกเอี้ยง ทาสคนสวยในเรือนขุนบันลือ

  1. สายสิน วงษ์คำเหลา

รับบท ไอ้สิน ทาสรับใช้ ที่แอบมีอะไรกับคุณหญิงบัว แม่ของขุนบันลือ คาแรคเตอร์ซื่อ ๆ เซ่อ ๆ กวน ๆ เหมือนตัวจริง

  1. นก เชิญยิ้ม

รับบท อีนก เป็นทาสรับใช้ในบ้านและเป็นเพื่อนกับอีมด ที่รู้เรื่องความรักระหว่างขุนบันลือกับมด เป็นคนกุมความลับในบ้าน

  1. ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม

รับบท ทาสรับใช้ในบ้านขุนบันลือ ทำทุกอย่างตามที่เจ้านายสั่ง

  1. สมรักษ์ คำสิงห์

รับบท ทาสรับใช้ลิ้นไก่สั้นในบ้านขุนบันลือ บทนี้เล่นอะไรได้ทุกอย่าง แต่ฮาแน่นอน

  1. โรเบิร์ต สายควัน

รับบท หลวงอานุภักดิ์ มีลูกสาวและลูกชายที่มาพัวพันเรื่องรักใคร่กับทาสรับใช้ในบ้านของขุนบันลือ

  1. นงค์ เชิญยิ้ม

รับบท เจ้าพระยาปัณตานัยนิรันดร์ เจ้านายของขุนบันลือ เป็นคนจริงจัง ทำอะไรจริงจังบทจะเล่นกับลูกน้องก็เล่นฮาจริงจังเหมือนกัน

และนักแสดงรับเชิญ ระดับผู้กำกับภาพยนตร์

  1. เอกชัย ศรีวิชัย

รับบทเป็น ขุนศรีวิชัย เพื่อนเก่าของขุนบันลือ ที่มาร่วมวงอลหม่านหน้าบ้านและหลังบ้านท่านขุนฯ ได้เหมาะเจาะพอดี บทนี้มีฮาและรั่วด้วย 

  1. Jear Pacific (เจี้ย แปซิฟิก) ผู้กำกับภาพยนตร์ และ นักแสดงจากประเทศลาว

รับบท เป็น โจร ลูกน้องตัวแซ่บของขุนบันลือ ที่จะมาเป็นตัวป่วนในเรื่องราวอลหม่านหลังบ้านท่านขุน ทั้งเรื่องความรักและราชการนอกลู่นอกทางที่เชียงราย

 

  • หลังบ้านท่านขุนฯ : เบื้องหลัง มุข ฮา สด ทั้งกอง

เรื่องราวความรักของคนต่างชนชั้นใน  ขุนบันลือ  หนังฮาย้อนยุค เบื้องหลังการถ่ายทำบท มัน จะ ฮา สด กันทั้งกอง ต่อบท ต่อมุข กันสด ในสไตล์หนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก ซึ่งผู้กำกับและพระเอก ขุนบันลือ รับประกันว่า แฟนหนังหม่ำฯ ไม่ผิดหวังแน่ วัดจากบรรยากาศในกองถ่าย

ฮาแตก : บรรยากาศในกองถ่าย ขุนบันลือ  

ส่วนใหญ่มันเป็นเล่นสดกัน บทหนังมีไว้ให้เป็นโครง แต่ที่เล่นกันสดมันเป็นสไตล์ของหนังหม่ำ จ๊กมก มีการเปลี่ยน (บทพูด) กันได้ตลอด นางเอกขำหลุดกันบ่อย ถ่ายไปก็ต้องเทค ๆ โดยเฉพาะเจ้าคนที่เล่นบทธาริน ลูกของขุนอานุภักดิ์ (โรเบิร์ต สายควัน แสดง) เล่นกันก็ขำกันไป หลัก ๆ ของคู่เด็ก ๆ ก็เป็นเรื่องราวความรักของทาสกับลูกสาวเจ้านาย ที่ไม่ดูตัวเองว่าอยู่ในฐานะอะไร มันก็ไม่ถึงกับกีดกันมากมาย แต่ขุนบันลือก็พยายามจะเตือน (ทาสในเรือน)ว่า มันคนละฐานะนะ ให้เจียมตัวไว้บ้าง แต่เรา (ขุนบันลือ) ไม่ได้ห้ามอะไรมากมาย เพราะตัวขุนบันลือเองก็มีเรื่องรักแอบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในใจอยู่ด้วย ซึ่งมาเปิดเผยความจริงในตอนท้ายเรื่อง และแม่ของขุนบันลือ (คุณหญิงบัว – สุนารี ราชสีมา แสดง) ก็เป็นตัวก่อเรื่องขึ้นมาอีก

บทมันจะฮา ภรรยากับเรื่องในจอของผู้กำกับ

หนังเรื่องที่ 2 ที่ผู้กำกับ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา เอาภรรยามาเล่นในหนัง เคยเล่นหนังมาก่อนเรื่อง ใน แหยมยโสธร ภาค 3 หวังจะได้ทรมานในจอ แต่งานนี้ ไม่ง่ายแล้วล่ะสิ เพราะภรรยาก็มีมุขเหนือ เหมือนกัน ซึ่งในบท นางทาส “อีมด” แสดงโดย เอ็นดู วงษ์คำเหลา งานนี้ทั้งบทโหดหลุดขำกันทั้งกอง มีตัวเงินตัวทองมาร่วมเล่นจริงให้ระทึกใจอีกต่างหาก ตีตัวเงินฯกระทบใคร ผู้กำกับมีได้สะดุ้ง

มุขเล่นสด จากอินเนอร์?

         นก เชิญยิ้ม  ดาวตลกหญิง ที่เป็นนักแสดงประจำในหนังของหม่ำฯ การันตีว่า บททาสในเรือนท่านขุนบันลือ ไม่ปลอดความฮา แถมมาด้วยเรื่องขำ ๆ ที่บทเล่นจริงตลกจริงจาก (ข่าวลือว่า) เรื่องจริงนอกจอ ส่งให้การเข้าบทต่อบทและ “ตีบท” ของ สองพระนางรุ่นใหญ่ อย่าง  เพ็ชรทาย และ เอ็นดู วงษ์คำเหลา ทำเอา ลูกคู่อย่าง นก – วนิดา เชิญยิ้ม ที่รับบท นางทาสชื่อ อีนก ถึงกับอินจัดจนฮาแตกกลางฉาก “กินเหล้าเม้าท์เจ้านาย” เคลียร์ใจให้กับเพื่อนรัก นางทาสมด (อีมด – เอ็นดู วงษ์คำเหลา แสดง) ที่มีเรื่องกุ๊กกิ๊กกับท่านขุนบันลือ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา แสดง)

เบื้องหลังคุณหญิงแม่สุดแซ่บ

เบื้องหลังความแซ่บ ก็มาจากอินเนอร์ “คุณหญิงบัว” เหมือนตัวพี่คือมีกินเด็ก สุนารี ราชสีมา ราชินีลูกทุ่งที่มารับบทเด่นเป็น คุณหญิงบัว แม่ของขุนบันลือ เล่าขำ ๆ แต่ที่ขำกันในกองคือ ฉากเลิฟซีนกุ๊กกิ๊กระหว่างคุณหญิงบัวกับทาสหนุ่มหล่อล่ำอย่าง ไอ้สิน แสดงโดย สายสิน วงษ์คำเหลา เรื่องนี้มีอินเนอร์แซ่บ  ๆ ให้ฮากันจ้า

รักต่างชนชั้น วัยกระเตาะ

รักสามเส้ารุ่นกระเตาะ ของตัวละครธาริน ลูกของหลวงอานุภักดิ์ ที่แอบมามีใจกับหนุ่มทาสหน้าใสในเรือนของขุนบันลือ  พระเอกพระรองหล่อ นางเอกสวย ที่มาเปิดซิงเล่นหนังตลกครั้งแรก หลังจากผ่านบทบาทในหนังผีมาแล้ว เรื่องราวความรักของคนต่างชนชั้น ในบ้านของขุนบันลือ กับทาสในเรือน เล่าในแบบสนุกสนาน ฮาๆ ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดในรอบ 5 ปีของเจ้าพ่อหนังฮา มากันทั้งครอบครัว วงษ์คำเหลา ความฮาที่การันตีด้วยลีลาต่อมุขสดในกองฯ ที่ต้องได้ใจ ให้ความบันเทิงส่งท้ายปี 27 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

  • แร็พก็มี : เพลงประกอบ ขุนบันลือ โดย มิกซ์-เพทาย วงษ์คำเหลา

บทบาทใหม่ของ มิกซ์ – เพทาย วงษ์คำเหลา ใน ขุนบันลือ ผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ซึ่งลูกชายคนเก่งของหม่ำ จ๊กมก ได้ทำหน้าที่ใหม่ ๆ นอกเหนือจากงานแสดง นั่นคือ ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และ แต่งเพลงประกอบ ซึ่ง มิกซ์ เพทาย ทำเพลงใหม่ 3 เพลง และแร็พเองสด ๆ ในจอด้วย

แร็พสดในจอ

ก็มีสองซีนในเรื่องที่ได้ใช้เพลงประกอบ ผมชอบเพลงแนวแร็พอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แร็พอย่างดุเด็ดเผ็ดมันอะไรมาก แค่เป็นฉากที่เราซึ่งเป็นทาสรับใช้ของขุนบันลือในเรื่อง อยากเล่าอะไร ๆ ในสไตล์ให้แร็พให้ฟัง เนื้อหาที่แร็พก็เล่าความรู้สึกชีวิตทาส และการรับใช้ท่านขุนบันลือ  ซึ่งเป็นโจทย์ที่พ่อ (หม่ำ) ให้มาว่า อยากให้แร็พถึงความรู้สึกว่า ทาสรู้สึกยังไงกับเจ้านาย เขาบอกมาแค่นั้น ผมก็เขียนไปตามความคิดของผมเลย เนื้อแร็พเริ่มมาจากผมที่อยากใส่อะไรเพิ่มเติมเพื่อเล่าเรื่องจุดนี้ก็ใส่ไปได้เลย แล้วพ่อก็จะมาช่วยดูเนื้อหา ตรงไหนไม่ตรงยังไงเขาก็แก้ให้ เพราะเขาก็มีโจทย์ในใจชัดเจนอยู่แล้วว่าอยากได้อะไรประมาณไหน

เพลงประกอบ แนวสามช่า

เพลง 2 เพลงนี้ใช้ในฉาก 2 ฉากที่ผมเป็นทาส จะแร็พให้ขุนบันลือฟังในหนังนะครับ และมีอีก 1 เพลง (รวมเป็น 3 เพลง) ที่กำลังทำจะเป็นเพลงประกอบแบบซาวนด์แทร็คที่จะใช้โปรโมทหนังด้วยครับ ซึ่งเป็นเพลงจังหวะสามช่า เต้นได้ สนุก ๆ

ติดตามทั้งหมด ความสด ความฮา ได้ใน ภาพยนตร์ “ขุนบันลือ” ในโรงภาพยนตร์ 27 ธันวาคมนี้

  • สัมภาษณ์เจาะใจของผู้กำกับ

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หม่ำ จ๊กมก ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ นักแสดงนำ

         เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือ  หม่ำ จ๊กมก ในเรื่องนี้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และ นำแสดงในบทขุนบันลือ ท่านขุนที่มีทาสรับใช้ในเรือน ในสมัยย้อนยุคไปร้อยกว่าปีที่แล้ว เป็นคนจิตใจโอบอ้อมอารี สนุกสนาน แต่จะผ่านภารกิจมิชชัน วุ่นรักจากเชียงรายถึงพระนครได้รอดไหน คนต้นเรื่องเล่าถึงเบื้องหลัง ขุนบันลือ

คำถาม: ทำไมพี่หม่ำ เลือกทำหนังเรื่องนี้

พี่หม่ำ:   เนื้อเรื่องนี้คิดไว้นาน สัก 6-7 ปีแล้ว และคิดว่าอยากเอาคนในครอบครัวมาเล่นเป็นทาส ทั้งเมีย ลูกสาว ลูกชาย แต่พอดี น้องเอ็ม (ลูกสาวคนโต) ไม่ว่าง เพราะเขายังต้องให้นมลูก ไม่สะดวกที่จะมาเข้าฉากที่ต้องใช้เวลาม็อคตัวดำอะไรพวกนี้ ก็เลยไม่ได้มาเล่นจริงเราอยากระบาย (ความในใจ) บ้าง ในบ้านมีแต่เมียมันระบาย พอมาทำหนังเรื่องนี้เราก็ได้ระบายออกแล้วล่ะ (สบายละ) หลายอย่างมันสะสมมาหลายปีแล้ว จะเอาคืน (เมีย) บ้าง ก็สนุกดีครับ ใจจริงอยากเล่นบทถีบเมียเองเลย ไม่ต้องใช้สแตนด์อินเลย แต่มันไม่ดีหรอกนะ เพราะทำเขา (เจ็บ) ก็เหมือนซ้ำเติมตัวเอง มันไม่มีความสุขจริง ๆ หรอก (ถอนหายใจแรง) เรื่องมันเศร้านะ

คำถาม: เนื้อเรื่องขุนบันลือ เป็นยังไง ตัวละครขุนบันลือที่พี่หม่ำแสดงเป็นยังไง?

พี่หม่ำ:  ก็เป็นเรื่องราวของทาสในบ้าน ซึ่งขุนบันลือเป็นเจ้านายดูแลให้ทุกอย่าง เพราะผมอยากให้ทาสทำมาหากินในวันข้างหน้า ในวันที่เป็นอิสระแล้ว วันที่ไม่มีขุนบันลือแล้ว อยากให้ทาสรู้จักคิดรู้จักใช้เงิน ขุนบันลือเป็นคนจิตใจดี เก็บเงินเก็บทองให้ทาสนะ อาจจะมีบ้างที่ใครทำผิดกฎผิดวินัยก็มีเฆี่ยนบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก ความตั้งใจของผมไม่ได้อยากนำเสนอเรื่องทาสที่มันเป็นการกดขี่มาก แค่เล่าแบบบาง ๆ เบา ๆ เฆี่ยนเบา ๆ

คำถาม: แล้วปริศนา เรื่องไปว่าราชการ เชียงราย นี่มันตรงกับชีวิตจริง?

พี่หม่ำ:  มันก็มีไปบ้าง (ขึ้นเสียง) (เรื่องจริงหรือที่พี่หม่ำมีกิ๊กที่เชียงราย) มันก็มีอยู่แล้ว ไม่มีเขาไม่พูดกันหรอก ไม่รู้เว้ย (ขี้นเสียง) เส้นผมมันบังตาช่วงนั้นน่ะ ไม่ได้ตั้งใจไปหาใคร ไปราชการตามเนื้อเรื่อง

คำถาม: แล้วเรื่องจริงคือ?

พี่หม่ำ:  โน่น ไอ้โหน่งมันอำจนเป็นเรื่องเป็นราวออกทีวีน่ะ โอ้ย (ทำหน้าเพลีย) ซึ่งมันก็เรื่องนานมาแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว คุยเรื่องหนังกันดีกว่ามั้ง

คำถาม : การคัดเลือกนักแสดงมาเล่นหนังขุนบันลือเลือกยังไง?

พี่หม่ำ:  ตอนแรกจะเอาคนในครอบครัววงษ์คำเหลามาเล่นทั้งหมดเลย แต่ทีนี้กลัวมันจะไม่สนุกก็เลยชวนคนอื่น ๆ มาเล่นด้วย แล้วครอบครัวนี่จะเอาเอ็ม (ลูกสาว) กับลูกเขย (สามี เอ็ม) มาเล่นด้วย แต่ทีนี้เอ็มเขามีลูกยังเล็กต้องให้นมลูกอยู่มันไม่สะดวก เพราะต้องมานั่ง (แต่งหน้า) ทาผิว (ให้ตัวดำ) เอ็มก็เลยไม่ได้เล่น เราก็มานั่งนึกว่า ว่าทำเรื่องราวหลาย ๆ คนให้มีรสมีชาติหน่อย ก็หานางเอกสวยพระเอกหล่อ ๆ มาแสดงด้วย

คำถาม : ทำไมเลือกทำเป็นย้อนยุค?

พี่หม่ำ:  ผมว่าหนังแต่ละเรื่องมันก็มีมุมมองไม่เหมือนกัน มุมมองภาพยนตร์ก็ต่าง อย่างเรื่อง ส้มภัคเสี้ยน หรือ ส้มสามต่อน ก็เป็นการเล่าในยุคปัจจุบัน แต่เรื่อง แหยมยโสธร ก็จะมีขี่ควายทำนาเป็นยุคสมัยก่อน มันต่างจากส้มภัคเสี้ยน ที่เล่าถึงชีวิตคนในเมือง แต่เป็นชีวิตคนอีสานเหมือนกัน ซึ่งผมว่ามันต่างตามวิธีคิดของคนทำหนังแต่ละคน อย่างเรื่อง ขุนบันลือ มันย้อนยุคไปร้อยกว่าปี ก็ต้องไปเสิร์ชข้อมูลว่ามันเป็นแบบนี้ ๆ แล้วค่อยมาทำบท แต่เนื้อเรื่องผมคิดไว้เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว พอดูข้อมูลยุคสมัยนั้นที่ยังมีทาสแล้วก็มาหาวิธีเล่าที่จะเล่าให้มันสนุกขึ้น ไม่ได้เน้นเรื่องให้มันเรื่องการเหยียดสีผิวหรือชนชั้นอะไรมากมาย มันเป็นเรื่องของขุนฯคนหนึ่ง (หมายถึงขุนบันลือ) ที่เป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารี ใจเขาไม่อยากให้ใช้คำว่าขี้ข้า อยากให้เป็นคนเท่าเทียมกัน แต่สังคมสมัยนั้นมันยังเป็นไปไม่ได้ ตอนหลังที่มีการเลิกทาสแล้วถึงจะทำได้ และก็มีเรื่องของความรัก ผมกับภรรยาก็เล่นเอง และก็มีเรื่องลูก ๆ เป็นเรื่องราวฮา ๆ สนุก ๆ เป็นสไตล์ของผม

คำถาม : บรรยากาศในกองถ่าย ขุนบันลือ เป็นยังไงบ้าง?

พี่หม่ำ:  ส่วนใหญ่มันเป็นเล่นสดกัน บทหนังมันมีแหละ แต่ที่เล่นกันสดมันเป็นสไตล์ของหนังหม่ำ จ๊กม๊กอยู่แล้ว มันจะมีการเปลี่ยน(บทพูด) กันได้ตลอด นางเอกขำหลุดกันบ่อย ถ่ายไปก็ต้องเทค ๆ โดยเฉพาะเจ้าคนที่เล่นบทธาริน ลูกของขุนอานุภักดิ์ (โรเบิร์ต สายควัน แสดง) เล่นกันก็ขำกันไป หลัก ๆ เรื่องราวความรักของทาสกับลูกสาวเจ้านาย ที่ไม่ดูตัวเองว่าอยู่ในฐานะอะไร มันก็ไม่ถึงกับกีดกันมากมาย เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่แอบรักกัน ขุนบันลือก็พยายามจะเตือน(ทาสในเรือน)ว่า มันคนละฐานะนะ ให้เจียมตัวไว้บ้าง แต่เรา (ขุนบันลือ) ไม่ได้ห้ามอะไรมากมาย เพราะตัวขุนบันลือเองก็มีแผลอยู่ในใจ เรื่องรักแอบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในใจอยู่ด้วย ซึ่งมาเปิดเผยความจริงในตอนท้ายเรื่อง และแม่ของขุนบันลือ (คุณหญิงบัว –สุนารี ราชสีมา) ก็มีความรักแอบ ๆ อยู่เหมือนกัน ตัวแม่เลยเป็นตัวจั่วออก ต้องไปดูว่าเหตุการณ์คู่ไหนเป็นยังไง

คำถาม : เล่นหนังกับภรรยา (มด-เอ็นดู วงษ์คำเหลา) ยากง่ายยังไง?

พี่หม่ำ:  มันก็จะลำบาก ๆ หน่อย เพราะบอกอะไรมากไม่ได้ เวลาเล่นเข้าฉากกัน บอกไรไปเขาจะ (ทำเสียงตะคอก) “เออ รู้ ๆ ไม่ต้องมาบอกหรอก” บางที ก็ต้องให้ผู้ช่วยฯ ไปบอก เพราะมันไม่เคยถูกบังคับไง มีแต่เรา (ทำหน้าเศร้า) โดนมันรังแก พอโดนสั่งไรเราก็เฉย ๆ เราชินแล้วไง แต่มดมันไม่ชิน เพราะมันไม่เคยโดน ตามบทจะมีถีบมีเตะจริงด้วยนะ (ตามบทมดเป็นทาสขุนบันลือ) แต่เราก็เออ ไม่เอาดีกว่า ไม่เล่นดีกว่า สงสารเมีย มันไม่เคยสงสารเราหรอก มันดุด่าเรา ดูละครโทรทัศน์ช่วงเย็น ๆ เรื่องที่มีเมียน้อย ก็เอาล่ะ เมียอินกับละคร มาถีบเราอีก

คำถาม : การเล่นหนังกับคนในครอบครัว มันต่อมุขกันง่ายกว่า?

พี่หม่ำ:  คนอื่นเล่นด้วยง่ายกว่านะ คนในบ้าน เมีย ลูกนี่มันจะมีดื้อมีรั้นกันบ้าง ยังไม่ทันบอกอะไรเลย เขาสั่งเราซะแล้ว เราก็เล่นเป็นมุขสบาย ๆ ไม่หยาบคายอะไรมากมาย

คำถาม : ภาพยนตร์ ขุนบันลือ ตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ที่กลุ่มไหน?

พี่หม่ำ:  ผมว่าแฟนคลับของผมมีตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ เพราะเขาเห็นผมในทีวี เด็ก 7 ขวบ ยังเรียกผมว่า หม่ำ ๆ เฉย ๆ เลย ไอ้หม่ำมั่งก็มี เหมือนคนข้างบ้าน เขารู้สึกว่าเราเป็นญาติเขา เราก็รู้สึกได้ เวลาไปต่างจังหวัด ซึ่งเราก็ไม่ว่าอะไร เพราะเขาสนุกมีความสุขกับงานของเราก็ไม่เป็นไร

คำถาม : มีอะไรจะบอกผู้ชมที่ควรออกมาชมภาพยนตร์ ขุนบันลือ?

พี่หม่ำ:  ผมไม่ได้ทำหนังฉายโรงมาหลายปีแล้วนะ เกือบ 5-6 ปี แล้ว ก็อยากให้คนดูไปดูกัน สนุกนะ เป็นเรื่องราวความสนุกสนาน ความสัมพันธ์ในบ้านระหว่างทาสกับท่านขุน เป็นเรื่องระหว่างชนชั้น แต่วิธีเล่าของผมก็จะเป็นสไตล์หนังฮาแบบหม่ำ จ๊กมก คือจะไม่ได้เล่าให้เป็นเรื่องชนชั้นต่างกันมากนัก อย่างที่บอกว่าตัวละครขุนบันลือเป็นท่านขุนที่มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักซึ้ง ๆ แอบอยู่ในใจด้วย ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าความรักครับ ไม่ว่าจะรักครอบครัว รักพี่น้อง รักเพื่อน รักแฟน มาดูกันครับ

สรุปส่งท้าย  : หนัง ฮาครับ ฮาอย่างเดียว 27 ธันวาคม นี้มาดู “ขุนบันลือ” กันครับ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ในทีวี ตู้เย็น กระติกน้ำไม่มีครับ

Facebook Comments

You may also like

“ครบเครื่องแอ็คหนังชั่นไซไฟ” นี่คือเสียงรีวิวจากการชมฟุตเทจเพียง 30 นาที จาก “#Alita: Battle Angel – อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล” #Alitaday

หลังจากท